เฟิร์น ชุติมน

ปัจจุบันนี้ค่านิยมของสังคมวัยรุ่นไทยจะนิยมชมชอบติดตามคนเด่นคนดัง จึงทำให้ใครก็ได้ที่มีความสวย หล่อ เซ็กซี่ ตลกฮา แต่งตัวแปลกๆหรือมีไลฟ์สไตล์แบบจัดเต็มก็สามารถสร้างให้คนนั้นกลายเป็น “เน็ตไอดอล” ขึ้นมาทันที

“เน็ตไอดอล” คือกลุ่มคนที่มีบทบาททางโลกออนไลน์สูงโดยการอาศัยพลังโซเชียลเป็นเครื่องมือในการโฆษณาตัวเอง สร้างคนธรรมดาให้กลายเป็นคนดังในโลกออนไลน์เพียงชั่วข้ามคืน ส่งผลให้มีเน็ตไอดอลที่หลากหลายขึ้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่คนที่หน้าตาสวย หล่อ เท่านั้น เราจะเห็นได้ว่าหลายคนที่แจ้งเกิดจากการทำศัลยกรรมความสวย ก็กลายเป็นกูรูด้านความงามให้คนมาติดตามเป็นหมื่น เป็นแสนคน บางคนมาสายฮาเน้นตลกขบขันเป็นจุดขาย และยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่แค่มาเต้นโชว์ความเซ็กซี่ก็เรัยกยอดไลค์จากทั้งผู้หญิงผู้ชายได้เป็นหมื่นๆไลค์เช่นกัน โดยเรามาดูกันดีกว่าว่ามีใครบ้างที่สร้างจุดขายให้กับตนเองจนกลายเป็นเน็ตไอดอลในชั่วข้ามคืน

  1. หญิงแย้ นนทพร ธีระวันฒสุข ก็เป็นหนึ่งในเน็ตไอดอลในโลกดิจิตอลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่ง ด้วยการเริ่มต้นจากพริตตี้เงินล้าน เข้าสู่การเป็นบล็อกเกอร์กูรูด้านความงาม ชื่อเสียงของหญิงแย้เริ่มมาจากการยอมรับและเปิดเผยตัวตนว่าได้ผ่านการทำศัลยกรรมมาทั้งตัว ซึ่งนอกจากจะได้รับคำชมจากเหล่าบรรดาแฟนคลับแล้ว หญิงแย้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆหลายคนพร้อมใจกันหันมาสนใจดูแลตัวเองมากขึ้น เทคนิคการเป็นเน็ตไอดอลของหญิงแย้คือการรีวิวสินค้าให้ดูมีความน่าเชื่อถือ ใส่ความคิเห็นของตนเองไปด้วยเล็กน้อย
  2. เฟิร์น ชุติมน สาวม.ปลายคนดังเป็นตัวอย่างของเน็ตไอดอลที่ดังชั่วข้ามคืนตัวจริง จากการอัดคลิปโชว์เต้นเพลงต่างๆได้น่ารัก น่าเอ็นดู พร้อมแคปชั่นสุดเก๋ “รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมคะ” โดยใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นไม่จำเป็นต้องแต่วตัวโชว์โป๊หรือแนวหวือหวาก็เรียกยอดวิวกว่า8 ล้านวิว และยอดไลค์ ยอดแชร์อีกเป็นแสน ส่งผลให้เฟิร์นกลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศในเวลาอันรวดเร็วมีทั้งงานโชว์ตัว รีวิวสินค้า แถมข่าวแว่วๆว่าพจน์ อานนท์ กำลังจะจีบเจลข้าเป็นดาราในสังกัดอีกต่างหาก

มีคำกล่าวที่ว่าในประเทศไทยมีเน็ตไอดอลผุดขึ้นมาเร็วกว่าเซเว่นอีเลฟเว่นเสียอีก ซึ่งจากคำนี้ไม่ได้ไกลเกินจากความเป็นจริงเลย เพราะคนที่มีความแปลกหรือแค่ทำอะไรเด่นๆขึ้นมาก็เป็นเน็ตไอดอลแล้ว ทำให้มีเน็ตไอดอลที่มีทั้งตัวอย่างดี และไม่ดี ฉะนั้นผู้ปกครองเองจะต้องให้คำแนะนำกับบุตรหลานด้วยว่าแบบไหนควรยึดเป็นตัวอย่าง หรือแบบไหนที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างโดยเด็ดขาดคะ